2007/May/04

Part 1

.......บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับเราโดยที่ไม่รู้ตัว..........

สายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้ท้องฟ้ามืดมิดเกินกว่าที่ควรจะเป็นทั้งที่ตอนนี้เวลาเพิ่งจะทุ่มกว่าๆเท่านั้นเอง ร่างสง่างามของคนที่ยืนหลบฝนอยู่หน้าอาคารบริษัทขนาดใหญ่ใจกลางเมืองมองออกไปยังท้องถนนที่การจราจรติดขัดมาพร้อมกับเสียงแตรรถน่ารำคาญหูแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ

ขืนขับรถกลับบ้านตอนนี้ได้ถึงเที่ยงคืนกันพอดี

หลังจากยืนประเมินสถานการณ์อยู่นานในที่สุด ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังก็ตัดสินใจที่จะขึ้นรถไฟใต้ดินกลับเพราะสถานีต้นสายและปลายสายอยู่ไม่ห่างจากบริษัทและคอนโดของเค้ามากนัก ร่างหนาหยิบร่มสีดำสนิทคันไม่ใหญ่มากที่เลขาหนุ่มหน้าหวานยัดเยียดมาให้ออกจากกระเป๋าก่อนจะกางออกและเดินฝ่าสายฝนออกไป

สองข้างทางที่เดินผ่านนั้นผู้คนบางตาจะมีก็แต่เด็กหนุ่มสาวที่ใส่ชุดนักเรียนตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเพื่อหาที่หลบฝนบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ทักกี้กระชับมือที่ถือร่มให้แน่นขึ้นเมื่อกระแสลมเริ่มรุนแรงมากขึ้นจนร่มที่กางไว้เริ่มเอนไปตามแรงลม สองขาก้าวเดินไปบนน้ำที่เริ่มจะท่วมฟุตบาทอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

จะตกอะไรกันนักหนา!ทักกี้เริ่มบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อเจ้าร่มที่ถืออยู่ดูจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เสื้อคลุมตัวนอกราคาแพงที่เจ้าตัวสวมอยู่เริ่มจะเปียกเนื่องจากโดนฝนสาดเข้ามา

ร่างหนากระชับร่มในมืออีกครั้งและเริ่มออกวิ่งเนื่องจากหากยังรักษามาดนักธุรกิจและเดินต่อไปเค้าคงได้เปียกไปทั้งตัวแน่ ทักกี้ใช้เวลาวิ่งไม่นานนักก็ถึงสถานีในที่สุดและเป็นอย่างที่คิดสถานีรถไฟหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่ออกไปไหนไม่ได้ ร่างหนาเดินเบียดเสียดกับผู้คนจนได้ขึ้นรถด้วยสภาพที่ทุลักทุเลไม่น้อย แต่อย่างที่บอกเนื่องจากผู้คนมีจำนวนมากมายเค้าจึงต้องยืนไปตลอดเส้นทาง

เมื่อถึงสถานีปลายทางทักกี้ก็เดินออกมาพร้อมฝูงชนอีกจำนวนมาก ใบหน้าขาวจัดเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วก็ถอนหายใจเสียงดังด้วยความรู้สึกเซ็งสุดๆเมื่อสายฝนไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงดูจะหนักมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ร่างหนามองไปยังอาคารสูงตระหง่านที่ตั้งเด่นกว่าตึกอื่นๆรอบบริเวณซึ่งอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก ที่ๆเป็นจุดหมายปลายทางหรือคอนโดของเค้านั่นเอง

ก็ไม่ไกลเท่าไหร่หรอกน่า วิ่งไปแป็บเดียวก็ถึงหลังจากพูดปลอบใจตัวเองจบร่างหนาก็วิ่งฝ่าสายฝนออกไปทันทีโดยไม่คิดจะกางร่มให้เกะกะเหมือนตอนแรก เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงไปบนพื้นถนนที่มีน้ำท่วมจนเกือบถึงข้อเท้าบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวตั้งอกตั้งใจวิ่งเพียงใด

ทั้งที่อีกไม่ไกลก็จะถึงคอนโดของตัวเองอยู่แล้วแต่อยู่ๆร่างหนาก็กลับหยุดวิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังนั่งอยู่กับพื้น ดูจากสภาพแล้วคงไม่ได้มานั่งเล่นแน่ๆ

ทักกี้เดินเข้าไปใกล้พลางพิจารณามองคนที่นั่งอยู่ที่พื้น ร่างบอบบางที่กำลังตัวสั่นด้วยความหนาว แขนเรียวข้างหนึ่งยันพื้นไว้และอีกข้างยันอยู่กับกำแพงราวกับจะพยุงตัวลุกขึ้น เมื่อเห็นแบบนั้นร่างหนาจึงอดที่จะเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้

เป็นอะไรรึเปล่าครับน้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยถามออกไปทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตากลมโตจ้องมองเค้าอย่างอ่อนล้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน

เดี๋ยวผมช่วยแล้วกันนะครับร่างหนาช่วยประคองร่างบางที่หน้าตาซีดเซียวให้ลุกขึ้นซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมให้ช่วยแต่โดยดี เมื่อทั้งคู่ยืนขึ้นเรียบร้อยริมฝีปากอิ่มของร่างบางก็ดูเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างแต่แล้วอยู่ๆก็หมดสติล้มลงไป ยังดีที่ทักกี้ประคองไว้ไม่งั้นหัวคงได้กระแทกพื้นแน่ๆ

คุณ!........เอาไงดีวะเนี่ย! ส่งเสียงเรียกร่างบางอย่างตกใจพลางหันซ้ายหันขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดทักกี้ก็ตัดสินใจถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออกมาห่มให้ร่างบางที่ยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ก่อนจะช้อนตัวขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนและพาวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปยังคอนโดที่เห็นอยู่ข้างหน้า

ภายในห้องชั้นบนสุดของคอนโดหรูใจกลางเมืองถูกทำให้อบอุ่นขึ้นด้วยเตาผิงสไตล์ยุโรปที่เจ้าของห้องจุดทิ้งไว้แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้อยู่พึ่งพิงความอบอุ่นนั้นแม้แต่น้อย เมื่อตั้งแต่กลับมาเจ้าของห้องก็เอาแต่นั่งเฝ้าร่างบางอีกคนในห้องนอน

ทักกี้เลื่อนเก้าอี้ไม้ที่บุด้วยเบาะนุ่มมานั่งลงข้างเตียง มือทั้งสองข้างซ้อนทับกันรองรับใบหน้าได้รูปที่วางเกยไว้ ดวงตาคมจ้องมองไปยังร่างบางที่หลับสนิทอยู่บนเตียงของเค้าเองอย่างครุ่นคิด

...ใครจะไปคิด ว่าใบหน้าที่มีเสน่ห์ดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น อีกทั้งรูปร่างบอบบางแบบนี้จะเป็นผู้ชาย....

ดวงตาคมไล่มองตั้งแต่เส้นผมสีดำสลวย ลงมายังลำคอระหง เอวเล็กคอด สะโพกมนได้รูป ไปจนถึงท่อนขาเรียวยาว หากเค้าไม่เสียมารยาทเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เพราะกลัวว่าจะไม่สบายหนัก คงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเป็นผู้ชาย

ทักกี้เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้คนที่ตอนนี้ก็ยังคงไม่รู้จักกระทั่งชื่อถึงลำคอระหงเพื่อป้องกันความหนาวเย็นของอากาศที่อาจทำให้ร่างบางตรงหน้านี้ไม่สบายเอาได้ มือหนายื่นไปแตะหน้าผากเนียนอย่างเบามือด้วยกลัวว่าจะไปรบกวนคนที่นอนหลับอยู่และเมื่อรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลงริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มอย่างพอใจออกมา

ตัวไม่ร้อนเท่าไหร่แล้วนะ พรุ่งนี้ก็คงจะดีขึ้นแล้วล่ะน้ำเสียงนุ่มกล่าวอย่างแผ่วเบากับคนที่นอนหลับสนิทราวกับว่าอยากให้คำพูดนั้นทำให้ร่างบางที่แม้แต่ตอนหลับใบหน้าก็ยังคงดูอ่อนล้ารู้สึกคลายความกังวลลงได้บ้าง

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกกรองไว้ด้วยผ้าม่านเนื้อดีกระทบลงมายังร่างหนาที่ฟุบหน้าหลับอยู่ที่ขอบเตียงกว้าง ในมือยังคงถือผ้าสีขาวสะอาดที่ใช้เช็ดตัวให้ร่างบางตลอดทั้งคืนเพื่อลดไข้ และที่ข้างเตียงก็มีอ่างน้ำอุ่นใบเล็กวางไว้เช่นกัน

ทักกี้ค่อยๆขยับตัวและบิดขี้เกียจ2-3ครั้งเพื่อไล่ความเมื่อยล้าก่อนจะยื่นมือไปแตะที่หน้าผากเนียนเพื่อตรวจดูว่าอุณหภูมิลดลงบ้างรึยัง

ก็เมื่อคืนกลางดึกร่างบางดูมีสีหน้าอึดอัดเค้าจึงลองแตะหน้าผากดูและก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างบางมีไข้สูงมากจนเค้าต้องมานั่งเช็ดตัวให้ตลอดทั้งคืนแบบนี้

เมื่อเห็นว่าอุณหภูมิปกติแล้วทักกี้จึงยกอ่างออกไปเก็บและออกไปทำข้าวต้มเผื่อไว้ หากคนป่วยตื่นขึ้นมาจะได้กินข้าวแล้วกินยา

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ร่างหนาก็เดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวกับเมื่อคืนอีกครั้งพลางมองร่างบางที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่ายๆ มือหนาเอื้อมไปจับปอยผมที่ร่วงลงมาปรกใบหน้าคมขึ้นไปทัดหูพร้อมยิ้มบางๆเมื่อได้เห็นใบหน้าใกล้ๆ ยิ่งมองใกล้เท่าไหร่ก็รู้สึกเหมือนถูกดึงให้หลงเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะหลงคนที่ไม่รู้จักกระทั่งชื่อมากไปกว่านี้ทักกี้จึงตัดสินใจเดินออกไปหยิบงานเข้ามานั่งทำระหว่างรอให้อีกฝ่ายตื่น

เอกสารหลายต่อหลายฉบับถูกตรวจและเซ็นชื่ออนุมัติโดยทุกครั้งที่ร่างหนาทำเสร็จหนึ่งงานก็จะเงยหน้ามองร่างบางที่อยู่บนเตียงทุกครั้ง ...ไม่รู้ว่าเป็นห่วงคนบนเตียงหรือจะให้รางวัลตัวเองกันแน่

ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบเย็นคนที่หลับอยู่นานก็เริ่มขยับตัวทำให้ทักกี้วางเอกสารในมือลงทันที ร่างบอบบางที่นอนอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะกระพริบถี่ๆ2-3ครั้งเพื่อปรับให้ชินกับแสง ดวงตากลมใสกวาดมองไปรอบๆห้องที่บรรยากาศไม่คุ้นเคยพลางเอามือยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นนั่ง และเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มผิวขาวจัดที่ไม่รู้จัก ริมฝีปากอิ่มจึงเอ่ยถามขึ้น

คุณเป็นใคร....แล้วที่นี่ที่ไหนครับ

ทักกี้ที่นั่งมองอาการของร่างบางตลอดตั้งแต่เริ่มขยับตัวส่งรอยยิ้มอบอุ่นไปให้ก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ผมทาคิซาว่า ฮิเดอากิ แล้วที่นี่ก็คอนโดของผมเอง เมื่อวานเห็นคุณเป็นลมกลางฝนผมก็เลยพามาที่นี่หน่ะครับ ทักกี้ดึงเก้าอี้มาให้ใกล้เตียงมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สะดวกในการพูดคุย ขณะที่ร่างบางนิ่งไปซักพักก่อนจะพยักหน้ารับรู้

ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบาก

ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากหรอกครับ ว่าแต่รู้สึกดีขึ้นบ้างรึยังครับ..เอ่อ...คุณ

อิมาอิ ซึบาสะ ครับร่างบางแนะนำตัวพร้อมยื่นมือออกไปให้ ทักกี้ยิ้มบางๆพร้อมยื่นมือออกไปจับกับอีกฝ่ายเช่นกัน

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ทั้งสองฝ่ายต่างจับมือกันอยู่แบบนั้นโดยไม่มีใครคิดจะดึงมือออก ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้เริ่มก่อตัวขึ้น

....ความรู้สึกที่มันช่างอบอุ่นจนไม่อยากปล่อยมือ....

แต่แล้วก็เป็นร่างบางที่ดึงมือออกก่อนเนื่องจากอาการไอไม่ยอมหยุดจนต้องเอามือมาปิดปากไว้ ทักกี้เห็นแบบนั้นจึงรีบเดินไปหยิบข้าวที่เตรียมไว้พร้อมกับยาเดินเข้ามา

ทานข้าวซะหน่อยนะครับจะได้ทานยาร่างหนาวางถาดอาหารที่มีข้าวต้มชามใหญ่ส่งกลิ่นหอมพร้อมควันบางๆที่ลอยวนอยู่เหนือชามลงบนโต๊ะเล็กๆที่ตั้งคร่อมตักร่างบางไว้ ซึบาสะพยักหน้าตกลงก่อนจะค่อยๆตักข้าวคำแรกใส่ปาก

มาขออาศัยทั้งคืนแล้ว ยังต้องรบกวนให้ทำข้าวต้มให้อีก ขอโทษจริงๆนะครับน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ชัดถึงความเกรงใจทำให้ทักกี้ที่กำลังเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวให้ร่างบางหันมามอง

อย่าคิดมากเลยครับ ถ้าเกรงใจก็ทานให้หมดก็พอแล้วล่ะครับคำพูดกึ่งล้อเล่นทำให้คนฟังยิ้มบางๆออกมาก่อนจะก้มหน้าก้มตากินให้หมดอย่างที่อีกฝ่ายบอก ทักกี้มองท่าทางตั้งใจของร่างบางแล้วก็แอบอมยิ้มก่อนจะส่งยาเม็ดเล็กๆไปให้

ทานข้าวหมดแล้วก็ทานยาต่อนะครับจะได้หาย

ซึบาสะรับยาจากร่างหนาใส่ปากก่อนจะดื่มน้ำตามอย่างเคยชิน ขณะที่ทักกี้ยกถาดอาหารไปเก็บร่างบางก็มองสำรวจไปรอบๆห้องอีกครั้ง ห้องนอนกว้างขวางที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างดี มีโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เปิดค้างไว้ทำให้รู้ว่าตอนเค้าหลับเจ้าของห้องคงกำลังนั่งทำงานอยู่แน่

เสียงเปิดประตูห้องดึงความสนใจของร่างบางไปยังคนที่เดินถืออ่างใบเล็กเข้ามา คิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากันพร้อมกับดวงตากลมโตที่มองอย่างสงสัย

ผมจะเช็ดตัวให้หน่ะครับ เพิ่งฟื้นไข้อาบน้ำเลยคงไม่ดีทักกี้ตอบคำถามให้อีกฝ่ายฟังเมื่อหันไปเห็นแววตาสงสัยที่มองมา ซึบาสะหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ฟังคำอธิบาย มือบางดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงคออย่างไม่รู้ตัวพลางก้มหน้างุด

เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ..ผม..เอ่อ...เช็ดเองก็ได้อยู่ๆจะให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาสัมผัสตัวได้ยังไงกันล่ะ ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็เถอะ

ทักกี้เห็นท่าทางของร่างบางแล้วก็เข้าใจได้ทันที ร่างหนายกอ่างใบเล็กมาตั้งไว้ข้างๆเตียงพร้อมด้วยผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดและเสื้อผ้าของร่างบางที่เค้าซักไว้ให้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน ทักกี้หันไปพูดกับร่างบางอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ถ้าต้องการอะไรผมอยู่ข้างนอกนะครับ เรียกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ

เมื่อประตูห้องปิดสนิทแล้วร่างบางจึงค่อยๆดึงผ้าห่มออกและเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนตัวใหญ่ซึ่งคงเป็นของเจ้าของห้องแน่ๆ ใบหน้าคมก็แดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง

.....แบบนี้ก็แปลว่าอีกฝ่ายเห็นหมดแล้วน่ะสิ...............

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จซึบาสะก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงเดินออกจากห้องไปหาอีกคนที่นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น และเมื่อประตูเปิดออกร่างบางก็ต้องตกใจกับขนาดของห้องที่ใหญ่โตถึงขนาดอยู่กันได้หลายคนเลยทีเดียว ร่างบางค่อยๆเดินตัวลีบด้วยความที่กลัวว่าจะไปทำข้าวของที่ดูท่าจะราคาแพงเสียหายไปหาคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

เอ่อ...ทาคิซาว่าซัง

เรียกทักกี้ก็ได้ครับร่างหนาบอกพร้อมยิ้มกว้าง พลางเชิญอีกฝ่ายให้นั่งลงที่โซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม

เมื่อกี๊โทรศัพท์คุณดัง ผมคิดว่าคงเป็นคนที่บ้านคุณก็เลยกดรับ กลัวเค้าเป็นห่วงหน่ะครับเสียงนุ่มกล่าวพร้อมยื่นมือถือเครื่องเล็กคืนให้ น้องชายคุณบอกว่าจะมาที่นี่ ดูเค้าเป็นห่วงคุณมากเลยนะครับ

ซึบาสะรับโทรศัพท์มาถือไว้ในมือพลางยิ้มเศร้าๆก่อนจะตอบ ครับ เป็นเพราะเรามีกันแค่2พี่น้องมานานแล้ว พ่อแม่ท่านเสียไปตั้งแต่เรายังเด็ก แล้วผมเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ก็ได้เค้านี่แหละครับที่คอยดูแลตลอด

ร่างบางเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูรูปน้องชาย คนเพียงคนเดียวในชีวิตที่ไม่เคยทอดทิ้งเค้าไปไหน แต่ชีวิตน้องเค้าจะต้องก้าวต่อไปเค้าจะเห็นแก่ตัวไม่ได้หรอก

ตอนนี้เค้ากำลังจะแต่งงานกับผู้ชายแสนดีคนนึง ผมไม่อยากอยู่เป็นตัวถ่วงให้กับชีวิตเค้าหน่ะครับ เลยว่าจะย้ายออกมาอยู่คนเดียว ก็ที่เมื่อวานคุณเจอ ผมก็กำลังหาห้องพักอยู่หน่ะครับแต่อาการก็กำเริบซะก่อน

ทักกี้พยักหน้าเพื่อบ่งบอกว่ารับรู้ทุกคำที่อีกฝ่ายพูด เพียงแต่เค้าเลือกที่จะนั่งฟังอย่างเงียบๆมองดูร่างบางที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองอย่างเป็นห่วง

...หนุ่มบอบบางร่างกายอ่อนแอคนนี้จะย้ายออกมาอยู่คนเดียวจะอยู่ได้ยังไงกัน แล้วทำไมเค้าถึงจะต้องเป็นห่วงด้วยนะ....

ทักกี้พยายามหาคำตอบให้กับคำถามสุดท้ายในความคิดของตัวเอง ใบหน้าขาวเงยขึ้นมองไปยังใบหน้าชวนหลงใหลที่ดูเหนื่อยอ่อน ยิ่งเห็นแบบนั้นความกังวลก็ยิ่งเพิ่มเข้ามาเป็นทวีคูณ

...ตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นห่วง รู้แค่เพียงไม่อยากให้คนตรงหน้านี้ต้องอยู่คนเดียวก็เท่านั้นเอง....

หลังจากที่ทั้งห้องถูกความเงียบครอบคลุมอยู่เป็นเวลานานเนื่องจากต่างคนต่างก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นแทบจะพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ทักกี้เดินออกไปรับแขกซึ่งก็คือน้องชายของซึบาสะและคนรัก หลังจากทักทายกันตามมารยาทเรียบร้อยแล้วทักกี้ก็เชิญให้ทั้งสองคนเข้าไปในห้อง เมื่อน้องชายเห็นซึบาสะก็ร้องไห้และวิ่งเข้าไปกอดทันที

ทำไมขี้แงแบบนี้ล่ะคาซึยะ พี่ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยลูบผมน้องชายอย่างปลอบโยนก่อนจะหันไปทักทายคนรักของน้องที่เดินตามเข้ามา

ต้องขอโทษจินด้วยนะที่ต้องให้ลำบากมาถึงที่นี่

ไม่เป็นไรหรอกครับ คาซึยะเป็นห่วงคุณมากเลยนะครับจินตอบยิ้มๆพลางมองคนรักที่ยังคงกอดพี่ตัวเองแน่น

พี่ซึบะจะย้ายไปอยู่คนเดียวจริงๆเหรอ ไปอยู่กับผมเหมือนเดิมก็ได้นี่ฮะคาเมะเงยหน้าขึ้นถามทั้งที่ยังไม่หยุดร้องไห้ พี่ชายเค้าไม่แข็งแรงแบบนี้จะให้อยู่คนเดียวได้ยังไง

ได้ยังไง..เราแต่งงานกับจินก็ต้องคอยอยู่ดูแลจินสิ จะให้พี่ไปอยู่ด้วยได้ยังไงพูดจบร่างบางก็ถอนหายใจเบาๆเมื่อพูดเรื่องนี้ทีไรน้องชายก็งอแงทุกครั้ง

ซึบะจังไปอยู่กับพวกผมได้จริงๆนะครับ ไม่ต้องเกรงใจเลย ผมกับคาซึยะเป็นห่วงคุณมากเลยนะครับ สุขภาพยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงด้วยจินตอบจากใจจริงซึ่งคาเมะก็พยักหน้าเห็นด้วย

ซึบาสะรับรู้ถึงความหวังดีของทั้ง2คนแต่ถ้าเค้าไปอยู่ด้วย คาซึยะก็จะต้องมาคอยดูแลแต่เค้าแทนที่จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แล้วคนเป็นพี่จะยอมได้เหรอถ้าต้องเป็นคนทำลายความสุขของน้อง

ขอบใจจริงๆนะแต่ไม่ดีกว่า แล้วใครบอกกันว่าพี่จะอยู่คนเดียวคำตอบพร้อมรอยยิ้มหวานของร่างบางทำให้ทุกคนชะงักไม่เว้นแม้กระทั่งทักกี้ที่กำลังยกน้ำมาเสิร์ฟ

หมายความว่ายังไงฮะคาเมะจ้องหน้าพี่ชายอย่างงงๆทำให้ซึบาสะขำออกมา

ก็พี่ไม่ได้จะอยู่คนเดียวซักหน่อย แต่จะอยู่กับทักกี้นี่ไงหันไปมองร่างหนาที่ยืนอึ้งด้วยแววตาขอร้องก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้น้องชายที่ยืนอึ้งเช่นกัน

หมายความว่าพี่กับทาคิซาว่าซัง.......

เป็นคนรักกันหน่ะ ขอโทษนะที่ไม่เคยบอกมาก่อนพูดจบก็เดินไปควงแขนทักกี้ที่ตอนนี้ยืนแข็งเป็นหุ่นไปเรียบร้อยแล้ว คาเมะเห็นแบบนั้นจึงยิ้มกว้างออกมา

แบบนี้นี่เอง...ไม่น่าล่ะผมชวนไปอยู่ด้วยเท่าไหร่ก็ไม่ยอมไปรอยยิ้มล้อเลียนถูกส่งไปให้พี่ชายและคนรักของพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ คาเมะหันไปดึงมือจินให้ลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง

งั้นผมไม่รบกวนแล้วดีกว่า ทาคิซาว่าซังฝากพี่ด้วยนะฮะคาเมะก้มหัวให้ทักกี้ที่พยักหน้ารับแบบงงๆก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากห้องไป

เมื่อประตูห้องปิดลงแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีเพื่อให้น้องชายสบายใจก็หุบลงตามไปด้วย ซึบาสะหันไปมองทักกี้ที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงความรู้สึกอะไรก่อนจะเอ่ยออกมา

เอ่อ..ขอโทษนะครับที่อ้างออกไปแบบนั้น ผมแค่ไม่อยากให้น้องไม่สบายใจใบหน้าคมก้มลงมองพื้นพลางค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากแขนอีกฝ่าย แต่ก็ถูกมือหนาของทักกี้วางทับให้จับอยู่แบบนั้น

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยินดีซะด้วยซ้ำ ความจริงคุณอยู่ที่นี่ก็ได้นะครับไม่ต้องไปหาที่อื่นหรอก

เอ่อ...แต่ว่าซึบาสะตั้งท่าจะปฏิเสธ ทักกี้จึงรีบพูดต่อ

ที่นี่ใหญ่พอจะอยู่กันได้สองคนสบายๆนะครับ หรือคุณรังเกียจผม

เจอไม้นี้เข้าร่างบางถึงกับพูดอะไรไม่ออก ใครจะรังเกียจผู้ชายแสนดีที่ช่วยเค้าทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเลยได้ลงคอล่ะ ซึบาสะจึงพยักหน้าตอบตกลง

ก็ได้ครับ งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ

~*To Be ContinuE*~


edit @ 2007/05/04 09:30:45

2007/May/02

สวัสดีค่ะ บิคุนิ ค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆว่า บิคุ ก็ได้นะคะ เปิดบล็อคของตัวเองเป็นครั้งแรกแอบตื่นเต้นมากมาย บล็อคนี้บิคุเอาไว้เวลาอยากมาระบายอะไรรั่วๆล่ะค่ะ แต่หลักๆแล้วก็เอามาเก็บฟิคชั่นที่บิคุแต่งนั่นแหละ แหะๆ

ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าฟิคชั่นที่บิคุแต่งขึ้นเป็น บอยเลิฟ หรือ ผู้ชายคู่กับผู้ชาย นั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ หรือ รับไม่ได้ ขอร้องนะคะว่าให้กดปิดไปเลย อย่าให้มีการต่อว่า ด่าทอ หรือมีคำว่า รับไม่ได้ ให้เสียความรู้สึกกันเลยค่ะ

.....

...

..

.

สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงเข้าใจกันแล้วนะคะ แต่บิคุอยากจะขออะไรอีกซักนิด ไม่เรียกว่าเป็นกฎหรอกค่ะ ฟังดูน่ากลัวเกินไป เอาเป็นว่าขอความร่วมมือแล้วกันค่ะ

บิคุเป็นนักแต่งฟิคที่ไม่ได้มีคนรู้จักอะไรมากมายหรอกค่ะ อ่านกันอยู่แค่ในลัทธิเล็กๆ เพราะฉะนั้นขอร้องนะคะว่าอย่าเอาไปเปรียบเทียบกับนักแต่งฟิคท่านอื่นๆ อย่าเอามาเป็นมาตรฐานตัดสินฟิคเลยค่ะ เพราะจะทำให้หมดกำลังใจกันไปเปล่าๆ อ่านเอาขำๆ รั่วๆไปวันๆแล้วกันเนอะ

ฟิคชั่นของบิคุทุกเรื่อง ชอบหรือไม่ชอบ แนะนำติชมกันได้ตามสบายเลยค่ะ แต่ขอให้เป็นแนวสร้างสรรค์ จรรโลงใจหน่อยนะคะ จะกรี๊ดกร๊าด บ้าบออะไรเชิญได้ตามสบายเลยค่ะ(เพราะบิคุบ้าบอเป็นประจำ)แต่แบบที่มาด่าๆๆแล้วไปโดยไม่บอกว่าควรจะปรับปรุงตรงไหน อันนั้นอย่าเลยนะคะ หมดกำลังใจแต่งเปล่าๆ(บิคุยิ่งเป็นพวกจิตตกง่ายๆอยู่)

อีกอย่างคือ เรื่องคอมเม้นค่ะ เสียสละเวลาจิ้มให้บิคุซักนิดนึง บิคุชอบอ่านคอมเม้นของทุกๆคนนะเป็นกำลังใจที่สำคัญมากที่ทำให้อยากแต่งต่อไป แล้วทำให้รู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนอ่านของเราเนอะ เพราะถ้าไม่มีคนอ่านแล้วบิคุจะแต่งไปทำไมใช่มั๊ยคะ

เอาล่ะค่ะ ขอแค่นี้เองคงไม่มากไปเนอะ หวังว่าทุกๆคนคงจะไม่อึดอัดจนเกินไปใช่มัยคะ

งั้นมารายละเอียดซักนิดนึงดีก่า

บิคุแต่งคู่หลักๆ คือ เรียวจี้ กี้ซึ จินเมะ(อันนี้หลักนิดหน่อย แหะๆ เพราะบางที พีเมะ ก็โผล่)

รองลงมาก็คงจะเป็น จุนไอบะ โชนิโนะ โคะชิเงะ ยูทัต(ยูอิจิกับอูเอดะ ทัตสึยะ)ค่ะ

แล้วก็ที่แต่งได้อีก คือ พีคุ(คุซาโนะ) ยูพี มีอีกมั๊ยน๊า.....นึกไม่ออกแล้วอ่ะ-*-

เอาเป็นว่าประมาณนี้แหละค่ะ ส่วนมากก็เป็นพวกจูเนียร์น๊า แต่อื่นๆบางทีก็มีโผล่เหมือนกันแหละ แหะๆ

ยังไงก็ยินดีต้อนรับทุกๆคนนะคะ หวังว่าจะได้กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันเนอะ แวะมาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆนะคะ แล้วบิคุจะพยายามไม่ดองฟิค5555+(ทำได้เหรอนั่น)